yafa Maiquang ทำเว็บ
เวียนว่ายตายเกิด และ กฏแห่งกรรมมีจริง - คนเหนือดวง
  พุทธประวัติ
  พระอรหันต์
  พระอริยบุคคล
  พระไตรปิฎก
  ศาสนาในโลก
  หน้าแรก
  ศาสนาพุทธ
  ภิกษุ-สมณะ
  การปกครองสงฆ์ไทย
  พระศรีอาริย์โพธิสัตว์
  15.2 พิธีกรรมประจำชีวิต
  17 ประวัติองค์พุทธทั้งห้า
  18 อภิญญา
  19 กฎแห่งกรรม
  19.1 กฏแห่งกรรม
  20 แก้ กรรมเก่า
  20.1 เวร
  21 วิบากกรรม
  22 ผลกรรมเมื่อผิดศีล 5
  23 ลดกรรม 45
  24.1 คู่กรรม คู่บารมี
  27 กรรมชั่ว
  28 กรรมฆ่าตัวตาย
  29 กรรมให้ผลอย่างไร ?
  29.1 เหตุให้กะเทย
  29.2 อาถรรพ์สวาท
  31 กรรมเก่ากรรมใหม่
  32 แก้กรรมด้วยตนเอง
  33 กุศลกรรม 10 ประการ
  34 อกุศลกรรม 10
  34.1 กิเลส1500ตัณหา108
  35 ความตาย
  36 เยี่ยมเมืองนรก
  38 โอปปาติกะ
  40 พญามัจจุราช
  43 ตายจะไปเกิดที่ไหน
  45 นรก
  46 สวรรค์
  คนเหนือดวง
  50 บุญ
  52 บำเพ็ญ วิปัสนา
  53 ปฏิบัติกรรมฐาน
  55 ไตรลักษณ์
  56 ฌาน 4 กับ ญาณ 16
  58 อสุภกรรมฐาน
  59 วิธีเจริญภาวนา, จิต
  60 วิริยบารมี ,ปัญญา
  63 มโนมยิทธิ
  65 วิปัสสนูปกิเลส
  67 บทความธรรมะ
  68 เห็น ศีล สมาธิ ปัญญา
  69 ศีล 5 . 8 .10. 227
  ศีล 5 แบบละอียด
  69.2 อานิสงส์ รักษาศีล5
  69.3 ศีล พระธุดงค์
  70 มงคลสูตร ๑๐
  72 อานาปานสติ
  73 มงคลสูตร
  74 มงคล ๓๘
  75 พฺรหฺมจริยญฺจ
  76 มรรคมีองค์ 8
  76.1 สังโยชน์ ๑๐
  77 สติปัฎฐาน ๔
  79 ปฏิจจสมุปบาท
  80 วิชชาจรณสัมปันโน
  จิตประภัสสร
  83 ฟัง พระโชดกญาณ
  83.1 ฟัง หลวงพ่อโชดก1
  85 ฟัง หลวงพ่อพุธฐานิโย
  86 ฟัง หลวงพ่อจรัญ
  88 ฟัง พระพรหมคุณา
  90 ฟัง สมภพโชติปัญโญ
  94 เกิดมาทำไม
  95 ติดต่อโลกวิญญาณ
  96 พุทธศาสนสุภาษิต
  97 ร้อยผกา
  98 เปรียบศาสนา
  99 เตือนสติผู้ปฏิบัติ
  99.1 พระดูหมอผจญมาร
  101 เคล็ดลับ
  102 เพื่อหนีบาป
  103 บริจาคเลือด
  104 ขยะในใจ
  105 วิวาห์ ทารุณ
  107 วิธีช่วยคนใกล้ตาย
  109 การประเคน
  110 การจุดธูปบูชา
  111 การแผ่เมตตา
  112 วิธีใช้หนี้พ่อแม่
  113 คุณบิดา-มารดา
  114 วิธีกราบ
  115 อธิษฐาน
  106 แด่เธอผู้มาใหม่
  116 แขวนพระเพื่ออะไร
  117 เลือกเกิดได้จริง
  118 ทำนายฝัน
  119 พระเจ้าทำนายฝัน
  120 เสียงธรรมะ
  121 โอวาท เสียงธรรม
  122 สัตว์ไปตามกรรม
  123 นิทานธรรมะ
  124 ฟังเสียง หนังสือ
  124.1 ฟัง นิทานอีสป
  125 ละครเสียงอิงธรรม
  126 เสียง อ่านหนังสือ
  126.1 เสียง ทางสายเอก
  127 หนังสือธรรมะ
  128 ฟังบทสวดมนต์
  129 เทศน์มหาชาติ
  130 เพลงสร้างสรรค์
  131 สารบัญคำสอน
  เรื่องจริงอิงนิทาน ลี้ลับ
  แนะวิธีหนีนรกแบบง่ายๆ
  ,
  แนะนำ วิธีป้องกัน โรค
  F 1 บำบัดความเครียด
  F 2 ความวิตกกังวล
  F 3 วิธีรักษา โรคต่างๆ
  F 4 ตรวจสุขภาพผู้หญิง
  F 5 มะเร็ง
  F 6 ทำแท้งเถื่อน
  F 7 เป็นภูมิแพ้
  F 8 การช่วยชีวิตฉุกเฉิน
  F 9 ช่วยเหลือผู้จมน้ำ
  .
  ข่าว บันเทิง
  M 1 ดูทีวีออนไลน์
  M 2 ฟังวิทยุ
  M 3 หนังสือพิมพ์วันนี้
  M 4 หอ มรดกไทย
  M 5 มรดกไทย
  M 6 ที่สุดของโลก
  M7 เรื่องน่ารู้
  M 9 ตอบ-อ่าน
  M 10 ดูดวง..
  M 11 ฮวงจุ้ย จีน
  ..
  ค้นหา ข้อมูลช่วยเหลือ
  S 1 ท่องเที่ยวไทย
  S 2 Airway
  S 2.1 สถานีขนส่ง - Bahn
  S 2.2 GPS
  S 3 อากาศไทย
  S 4 เวลา อากาศ โลก
  S 5 กงสุลใหญ่
  S 6 เว็บไซต์สำคัญ
  S 7 วัดไทยในต่างแดน
  S 8 ราคาเงินยูโรวันนี้
  S 9 ราคาทองคำวันนี้
  S 10 แปล 35 ภาษาไทย
  S 11 บอกบุญ ทำบุญ
  *
  D 1 Informationen Thailand
  D 2 Buddha
  D 3 Thai Reise
  D 4 Super foto
  D 5 Logo
  ...
  Z 1 Clip คำขัน
  Z 2 Clip นิทานธรรมะ
  Z 3 Clip อัศจรรย์
  Z 4 Clip เรื่องจริง
  30 กรรมลิขิต Clip
  Z 5 Clip บาป-บุญ
  Z 6 Clip หนัง Kino
  แนะนำติชม
  Meditation
  Free Thamma CD
  Titel der neuen Seite
  ธรรมที่อุปการะสมาธิ
  การใช้ชีวิตคู่
  เกมส์คุณหนู
  เว็บพระพุทธศาสน
  กรรมฐานแก้กรรม
  "สุข" แม้ในยาม เศร้า
  เกมส์คุณหนู 1
  Karaoke
  ค่าน้ำนม
  เสียงอ่านพระไตรปิฎก
  logo1
  ศูนย์พิทักษ์ศาสนา
  รวมบทความธรรมะ
  ตัณหา
  การ ทำสมาธิ
  จิต
  เอตทัคบุคคล
  ทุกขัง
  ปาติโมกข์
  3eite
  koon
  koon1
  หนังสือธรรมะ
  Pali Buddha Sprache
  Dhamma Lehrer
  Albert Einstein
  Doeawlöd
  ลุงบุญมีระลึกชาติ
  visak
  คำปลง
 

คนเหนือดวง

“คนเราเลือกเกิดไม่ได้” บางคนใช้ประโยคนี้เพื่อให้กำลังใจตนเอง หรือปลอบใจผู้อื่น
เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ท้อแท้สิ้นหวัง คนเราเกิดมานั้นได้ถูกกรรม กำหนดมาแล้ว
โดยมีดวงดาวต่างๆ เป็นตัวถ่ายทอดว่าคนที่เกิดในช่วงเวลาต่างๆ จะมีนิสัยเป็นอย่างไร
ดวงดาวจึงเป็นตัวอ่านรหัสของกรรม แต่อายุขัยคนไม่เท่ากัน
ขึ้นอยู่กับการกระทำที่ต่างกันไป ไม่ใช่อำนาจดวงดาวหรือจักรราศีใดๆ ยกตัวอย่าง เช่่น
ช่วงเทศกาลปีใหม่ หรือสงกรานต์คนไทยมักจะฉลองจนเมา ทำให้ขาดสติ
เกิดอุบัิติเหตุได้ง่าย บางคนก็อัมพาต บางคนก็เสียชีวิตก่อนวัยอันควร
ซึ่งไม่ได้เป็นผลจากอิทธิพลของดวงดาว ตามการพยากรณ์ของหมดดูแต่อย่างใด ดังนั้น
ดวงชะตาของเรา เราจึงเป็นผู้ลิขิตด้วยการกระทำของเราเอง

ในที่นี้แบ่งกลุ่มคนออกเป็น 3 ประเภท คือ
Embarrassed 1. พวกที่ปล่อยชีิวิตให้เป็นไปตามดวงชะตา ประเภทนี้หมอดูชอบมาก เพราะทายทีไรถูกทุกที เรียกว่า นำชีวิตด้วยอารมณ์ ตัดสินใจด้วยความอยาก หรือความต้องการเป็นหลัก ดวงชะตาก็จะดีบ้างไม่ดีบ้าง


Hide 2. พวกที่ำทำดวงชะตาให้ดี นั่นคือ ทำแต่กรรมดี ทำแล้วเกิดประโยชน์แต่ตนเองและผู้่อื่น เช่น กุศลกรรมบถ 10 ได้แก่
- กายกรรม 3 1. ไม่ฆ่าสัตว์
2. ไม่ลักขโมย ไม่ถือเอาของที่เจ้าของไม่ได้อนุญาติ
3. ไม่ประพฤติผิดลูกเมียคนอื่น
- วจีกรรม 4 1. ไม่พูดนอกเหนือความเป็นจริง
2. ไม่พูดหยาบ
3. ไม่พูดส่อเสียด
4. ไม่พูดเพ้อเจ้อไร้สาระ

ถามใจท่านว่า สามารถละเ้ว้นคำพูด 4 ข้อนี้ได้ไหมในชีวิตประจำวัน
เพราะพูดแล้วฟังสนุก ชีวิตมีรสชาติ แต่ไม่ได้ทำให้ชีวิตงอกงาม กลับทำให้ตกต่ำ
หากท่านไม่แก้ไข สิ่งไม่ดีที่ท่านพูดไว้ จะวกกลับมาหาตัวท่านเอง

- มโนกรรม 3 1. ไม่โลภอยากได้ของผู้อื่น
2. ไม่พยาบาทคิดร้าย
3. ไม่เห็นผิดจากครรลอง คลองธรรม

หากท่านอยากทำดวงชะตาให้ดี ขอให้มีสัมมาทิฐิ(ความคิดเห็นที่ถูกต้อง)
ทำแต่กุศลกรรม เช่น สวดมนต์ หรือประพฤติปฏิบัิิติตามกุศลกรรมบถ 10
ดังที่กล่างข้างต้น ดวงชะตาจะดีขึ้นแน่นอน

Angry3. พวกฝืนดวง พวกนี้ต้องสั่งสมบารมี และทำจิตภาวนา คือพัฒนาจิตให้สงบเป็นสมาธิ
เกิดปัญญาเห็นแจ้งนำทางชีวิต

Coolวิธีการฝืนดวงชะตา

1. สร้างบุญกุศล

2. ทำจิตภาวนา

3. ใช้ปัญญา(ในทางธรรม) นำทางให้ชีิวิต
คนดวงดีไม่ใช่ว่าสิ่งร้ายๆ ไม่เกิดขึ้น เพียงแต่เรามีสติปัญญาให้เห็นจัดแจ้ง แล้วยอมรับความจริง การสวดมนต์ทุกวันแล้วอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล ใช้หนี้เจ้ากรรมนายเวรไปเรื่อยๆ สิ่งเลวร้าย ที่จะมาทวงคืนกับชีวิตเราก็ค่อยๆ หมดไป

เราควรใช้เวลาที่เหลืออยู่สำรวจพฤติกรรมของตนเองทางกาย วาจา ใจ
ปรับปรุงแก้ใขสิ่งที่ผิดพลาด คิด พูด ทำ แต่เรื่องที่ดีงาม ที่สุดแล้วชะตาชีิวิตจะดีขึ้น กลายเป็นคนที่อยู่เหนือดวงได้

  เทวดาประจำตัว

เมื่อหญิงชาย(พ่อ-แม่)ยังโลกมนุษย์ได้ร่วมหลับนอนกัน  

เชื้ออสุจิของชาย(พ่อ)เข้าผสมไข่ของหญิงแล้ว   มีดวงจิตของ
เทพเทวดาองค์หนึ่งองค์ใดได้หมดบุญจากสวรรค์ลงมาผสม
(ปฏิสนธิวิญญาณ)   มาร(เทพบุตรมาร)ก็ตามลงมาผสมด้วยอีก
เพื่อขัดขวางการสร้างบุญบารมีของเทพเทวดาตนนี้   พ่อแม่   พี่
น้องหรือเพื่อนๆที่อยู่บนสวรรค์ด้วยกันอย่างใดอย่างหนึ่งก็ลงตาม
มาผสมด้วยหนึ่งดวงจิต   เพื่อดูแลให้ความช่วยเหลือปกป้องเรา
ทุกเรื่องจากการกลั่นแกล้งของพวกมาร   ตามมาด้วยความรักและ
ความเป็นห่วงตลอดช่วงอายุของการเกิดมาเป็นมนุษย์ของเรา  
เรียกเทพเทวดาเหล่านี้ว่า " เทวดาประจำตัว " แต่พอถึงเวลาเข้า
จริงๆแล้วเทพเทวดาเหล่านี้กลับช่วยเหลืออะไรเราไม่ได้   เพราะมี
พลังน้อยกว่าพวกมาร   ก็ได้แต่ยืนดูเราห่างๆช่วยเหลืออะไรเราไม่
ได้เวลาเราตกทุกข์ได้ยากเกิดความลำบาก   ถ้าหากเทพเทวดา
ประจำตัวของใครเป็นผู้หญิงจิตใจและลักษณะอาการของมนุษย์
คนๆนั้นก็จะออกไปลักษณะทางผู้หญิง   ถ้าเป็นร่างของมนุษย์
ผู้ชายก็จะเป็น กะเทย   และถ้าหากเทพเทวดาประจำตัวของใคร
เป็นผู้ชายจิตใจและลักษณะอาการของมนุษย์คนๆนั้นก็จะออกไป
ลักษณะทางผู้ชายเหมือนกัน   ถ้าเป็นร่างของมนุษย์ผู้หญิงก็จะ
เป็น ทอม   การที่มนุษย์คนไหนเป็นทอมหรือกระเทยนั้น   ก็มี
สาเหตุมาจากผลของกรรมในอดีตชาติและมาจากเหล่าเทพเทวดา
ที่ทำผิดกฎสวรรค์ด้วยเช่นกัน  ท่านทราบหรือไม่ว่าเทวดาประจำตัว
ของท่านเป็นใคร?  ชื่ออะไร?   มาจากชั้นไหน?  เกี่ยวข้องกับ
ท่านอย่างไร?  มีผลและมีอิทธิพลต่อตัวของท่านอย่างไร?   ท่าน
ควรที่จะปฏิบัติตนและแก้ไขอย่างไรบ้าง? .........


เทวดาสร้างบารมีคืออะไร?
เป็นมาอย่างไร?
มีผลและอิทธิพลกับเราอย่างไร?
เทวดาสร้างบารมีก็จะเป็นหรือก็คล้ายๆ
กับเทวดาประจำตัวของเรา แต่จะมีพลังและอิทธิพลกับตัวเรา
มากกว่าเทวดาประจำตัว เทพเทวดาประจำตัวนั้นจะมีความเกี่ยว
ข้องผูกพันธ์กันกับเราในชาติที่เราเกิดเป็นเทพเทวดาเท่านั้น แต่
เทพเทวดาสร้างบารมีนั้นนอกจากจะมีความเกี่ยวข้องกับเราในชาติ
ที่เราเป็นเทพเทวดาแล้ว ยังมีความเกี่ยวข้องกับเราในอดีตชาติ
สมัยยังเป็นมนุษย์ที่ผ่านมาหลายๆชาติอีกด้วย

เช่น เคยเป็นพ่อ
แม่ญาติพี่น้องกันมา เคยเป็นข้าทาสบริวาร เคยเป็นศิษย์
อาจารย์ ด้วยความผูกพันธ์ ความรัก ความเป็นห่วงกันมาก่อน
นี้เลยต้องทำให้มามีผลกับเราในปัจจุบัน สาเหตุที่เหล่าเทพ
เทวดาต้องมาสร้างบารมีกันก็เพราะมีเหตุดังนี้ .........
มีอยู่ครั้งหนึ่งสมัยพระพุทธองค์ยังชนม์พระชนชีพอยู่ พระ

อานนท์ได้ทูลถามพระพุทธองค์ว่า " อีกนานเท่าไรคำสอนทาง
พระพุทธศาสนาของพระพุทธองค์จะหมดไปจากโลกนี้ " พระ
พุทธองค์ตอบพระอานนท์ไปว่า " อีก ๕,๐๐๐ ปี นับจากเรา
ตถาคตเสด็จดับขันธ์เข้าสู่พระปรินิพพานไปแล้ว " เมื่อทราบเช่น
นั้นก็เกิดการแย่งกันที่จะดูแลทำนุบำรุงคำสอนให้สืบทอดต่อไป
ได้มีการแบ่งและขอกันดังนี้ ในช่วงเวลา ๒,๕๐๐ ปีแรกเหล่า
ภิกษุ ภิษุณี สามเณร อุบาสก อุบาสิกา เป็นผู้จะทำนุบำรุง
ดูแล ๒,๕๐๐ ปีนับจากพระพุทธองค์เสด็จดับขันธ์เข้าสู่พระ
ปรินิพพาน หลังจากนั้นที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งคือ ๒,๕๐๐ ปีหลังก็
เป็นของเหล่าเทพเทวดา ๑,๒๕๐ ปีนับต่อจากเหล่าภิกษุ ภิษุณี
สามเณร อุบาสก อุบาสิกา

ช่วงสุดท้ายของเวลาที่เหลือ
๑,๒๕๐ ปีก็เป็นของพวกยักษ์พวกมารทั้งหลายที่จะต้องดูแล
รักษา ขอให้ทุกท่านคิดดูว่าพวกยักษ์พวกมาร จะทำให้คำสอน
ทางพระพุทธศาสนาของพระพุทธองค์ให้เจริญรุ่งเรืองต่อไปได้
อย่างไร เพราะโดยปกติทั่วไปเขาก็ขัดขวาง ไม่ส่งเสริมให้เจริญ
รุ่งเรืองอยู่แล้ว ปัจจุบันนี้การเวลาได้ผ่านเลยมาเป็นเวลา ๒,๕๔๘
ปีแล้ว เกินเวลา ๒,๕๐๐ ปีมาแล้วเป็นเวลา ๔๘ ปี ก็แสดงว่า
หมดยุคและหมดเวลาของภิกษุ ภิกษุณี สามเเณร อุบาสก
และอุบาสิกาที่จะทำนุบำรุงคำสอนทางพระพุทธศาสนาของพระ
พุทธเจ้าองค์นี้แล้ว

เริ่มเข้าสู่ยุคของเหล่าเทพเทวดาที่จะมาทำนุ
บำรุงคำสอนทางพระพุทธศาสนา จะเห็นได้ว่าช่วงนี้จะเกิดอะไร
ขึ้นมากมายในวงการพระพุทธศาสนาในทางที่เสื่อมเสีย ทำลาย
ฐานของความเชื่อความศรัทธา มีการเรียนการสอนที่บิดเบือนทำ
ให้หลงทางเสียเวลา ปฏิบัติธรรมก็ไม่บรรลุธรรม ไม่สำเร็จญาณ
สำเร็จฌานทั้งๆที่ตามหลักการและคำสอนของการปฏิบัติในทาง
พระพุทธศาสนาแล้วนั้นจะต้องได้ญาณได้ฌานสำเร็จมรรคผล
กัน .........
เวลาผ่านมาแล้ว ๔๘ ปีเป็นช่วงของเหล่าเทพเทวดาลง
มาสร้างบารมี การมาในช่วงแรกๆของเหล่าเทพเทวดาจะลงมา
กันเลยทันที มาตามหาสายเลือดของตนเองหรือที่มีความผูก
พันธ์กันมาในอดีต จะมาในลักษณะของ การประทับร่าง ลง
ทรงหรือประทับทรง เมื่อมาแล้วเป็นอย่างไร เกิดอะไรขึ้นบ้าง
หลังจากที่เหล่าเทพเทวดาได้ลงมาประทับร่างมนุษย์แล้ว ผู้ที่
เป็นร่างหรือม้าทรงท่านจะประทานให้ความช่วยเหลือทางด้านเงิน
ทอง ชื่อเสียง โชคลาภ ความสุขความเจริญ

ให้ความสามารถพิเศษที่มีหรือเป็นมากกว่าหรือเหนือกว่ามนุษย์ธรรมดาให้
กับผู้ที่เป็นร่างทั้งหลาย หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นกับเหล่าผู้ที่เป็น
ร่างเหล่านี้ เกิดความโลภ เกิดความหลงตัวเองคิดว่าตัวเองเป็น
หรือตัวเองมีอะไรที่เหนือกว่าคนอื่นๆ พอเวลาที่ท่านไม่อยู่ผู้ที่
เป็นร่าง(เหล่าเทพเทวดาก็มีภาระกิจหน้าที่ที่จะต้องทำเช่นกัน)ก็
ถวิลเรียกหา ก็เลยเกิดช่องว่างตรงนี้ขึ้น ทำให้มารที่รอและคอย
จังหวะที่จะแทรกผ่านเข้าร่างแทนเทพเทวดาองค์จริงได้ พอเข้า
ร่างได้แล้วมารก็จะเรียนรู้และปลอมแปลงแสดงเป็นเทพเทวดาองค์
นั้นๆเลยทันที เพราะมนุษย์มองไม่เห็นตัวของเขา จากนั้นก็
หลอกล่อให้คนที่เป็นร่างและคนอื่นๆให้หลงทางงมงายตามต่อ
ไป ส่วนเทวดาองค์จริงๆก็ได้แต่ยืนมองช่วยเหลืออะไรไม่ได้
เพราะมีพลังน้อยกว่าพวกมาร

มารก็จะทำให้เหล่าเทพเทวดาเสีย
ชื่อเหมือนกัน เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยมาก ล่าสุดก็ร่าง
ทรงพระอินนทร์ฆ่าลูกหลานที่เป็นข่าวผ่านมาไม่นาน จึงทำให้
เกิดปัญหาในเรื่องของการผ่านร่างมนุษย์ของเหล่าเทพเทวดา
เพื่อที่จะได้มาทำการทำนุบำรุงคำสอนในทางพระพุทธศาสนาของ
พระพุทธองค์ พอเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นหลังจากนั้นสวรรค์ก็ได้มีการ
ระงับไม่ให้เหล่าเทพเทวดาผ่านร่างมนุษย์อีก อาจารย์เลยต้องทำ
หน้าที่ตรงนี้ส่วนหนึ่ง(การตรวจกรรม) ส่วนการที่จะให้ตัวของเรา
สื่อกับเทพเทวดาที่จะมาสร้างบารมีหรืออื่นๆนั้นจะเป็นหน้าที่ของ
อาจารย์ นฤชา แจ่มใส(สามี)คือ การฝึกจิตให้ได้อภิญญา
เช่น หูทิพย์ ตาทิพย์เป็นต้น จึงจะสื่อถึงกันได้ .........


การมาของเหล่าเทพเทวดาสร้างบารมีนั้นทำให้เรามีปัญหา
เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการเงิน การงาน สุขภาพ ฯลฯ ที่ทำ
ให้เรามีปัญหาก็เพราะว่า ต้องการให้เรารับรู้อะไรที่เกี่ยวกับท่าน
พอเรามีปัญหาเราก็จะหาทางให้คนที่มีความรู้ความสามารถทาง
ด้านนี้ช่วยเหลือชี้แนะให้เรา ทีนี้การที่เราไปหาเราจะรู้ได้อย่างไร
ว่าจริงหรือหลอก ท่านก็ต้องไปทดลองเอาเองนะ อาจารย์ไม่
สามารถบอกให้ได้ว่าที่ไหนจริงที่ไหนปลอมแล้วแต่เวรและกรรม
ของคนนั้นๆก็แล้วกัน เทวดาสร้างบารมีของท่านเป็นใคร? ท่าน
จะต้องทำและปฏิบัติตนอย่างไร? จึงจะทำให้ตัวของเรามีความสุข
มี ความสำเร็จ ความเจริญ ฯลฯ กลับคืนมาหาตัวของท่านอีก
ครั้งให้เหมือนเดิมหรือดียิ่งๆขึ้นไป เทวดามาสร้างบารมีไม่ใช่

" องค์ " หรือ "องค์ใน" นะจะบอกให้ ในความหมายของอาจารย์
องค์หรือองค์ในจะหมายถึงพวก " มาร " หรือ " ซาตาน " ทันที
เพราะในตอนนี้เทพเทวดาเขาไม่ลงผ่านร่างของมนุษย์กันแล้ว
หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ร่างพระอินทร์ที่ฆ่าลูกฆ่าหลานที่เป็นข่าว
ที่ผ่านมา เรื่องของมารหรือซาตานกับเรื่องของเทวดามาสร้าง
บารมีนั้น จะมีอะไรที่คล้ายกันและใกล้เคียงกันมากแทบแยกกัน
ไม่ออกเลยว่าคืออะไร ถูกหรือผิดใช่หรือไม่ใช่ ไม่ว่าจะเป็น
เรื่องของการปฏิบัติธรรมและพิธีกรรมต่างๆ อยากรู้ว่าจริงหรือไม่
จริง ก็ลองมาเรียนฝึกปฏิบัติธรรมกันดูเพราะว่ามันเรื่องจริง เป็น
เรื่องที่พิสูจน์ได้ แต่ต้องมีความเชื่อ

ความศรัทธาในพระพุทธองค์และพระธรรมคำสอนด้วยส่วนลึกของจิตใจ
ไม่ใช่เสแสร้งแกล้งทำแล้วท่านจะเข้าไม่ถึง หลังจากนั้นก็ต้องมีความ
เพียร ความพยายาม ความอดทนที่จะฝึกฝนตนเองอยู่เสมอ
และตลอดเวลาด้วย เพราะทุกสิ่งทุกอย่างเป็น .........

ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิติ = เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน
เอหิปัสสิโก = ขอท่านจงมาดูเถิด
อะกาลิโก = ปฏิบัติได้และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล .

เทวดาประจำตัว

ยาก นักที่จะได้เกิดเป็นคน คนนั้นเป็นสัตว์ประเสริฐที่เกิดได้ยากยิ่ง คนเราทุกคนจึงมีค่ามาก เราเกิดมาหลายชาติภพ บางภพไม่ใช่ภพมนุษย์ เช่น ภพนรก ไม่สามารถบำเพ็ญเพียรภาวนาได้ บางภพเช่นภพสวรรค์ เห็นความสวยงามไม่ค่อยเห็นอนิจจัง จึงยากนักที่จะละคลายกิเลส บางชาติ เกิดเป็นสัตว์บำเพ็ญไม่ได้ บางชาติเป็นตาบอด อ่านหนังสือไม่ได้ บางชาติ ไม่มีศาสนาสอนมนุษย์ จึงไม่เข้าใจธรรม ดังนั้น ได้เกิดเป็นคนปกติ มีพระพุทธศาสนาจึงยากยิ่งแล้ว ดังนั้น ระบบการดูแลสามภพ จึงจัดให้คนนั้นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากเทวดาบนสวรรค์ แตกต่างจากสัตว์ชนิดอื่นๆ เช่น สัตว์นรก ได้รับการลงโทษแทนการดูแล สัตว์เดรัจฉาน ได้รับการปล่อยไปตามยถากรรม ให้กินกันเอง ชดใช้กรรมกันเอง เพื่อบรรเทากรรมที่มีต่อกันให้เบาบางก่อนมาเกิดเป็นคน เมื่อได้มาเกิดเป็นคนแล้ว จึงจะมี “เทวดาประจำตัว” เพื่อคอยดูแล และเทวดาประจำตัวเหล่านี้ จะมีจำนวนมากกว่ามนุษย์ (เพราะมนุษย์เกิดได้ยาก จึงมีจำนวนน้อย) เทวดาประจำตัวจึงต้องมีเวรผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาบำเพ็ญบุญบารมี โดยมีพระอินทร์ เป็นผู้จัดสรรที่สำคัญที่สุด ให้เทวดาในชั้นดาวดึงส์ (สวรรค์ชั้นที่สอง) ซึ่งเป็นบริวารของท่านลงมาทำกิจ ในขณะที่ท้าวจตุโลกบาล ซึ่งปกครองสวรรค์ชั้นที่หนึ่ง ซึ่งอยู่ติดกับพื้นโลก จะไม่ได้รับผิดชอบเรื่องเทวดาประจำตัว เพราะท่านจะดูแลพื้นที่เขตต่างๆ ทั้งดินน้ำและอากาศของโลก ในรูปของการดูแลจัดการเจ้าที่ เจ้าทาง เจ้าป่า เจ้าเขาแทน ซึ่งเป็นการปกป้องคุ้มครองด้วยการอ้างอิงตามอาณาเขต ไม่เกี่ยวกับตัวบุคคล นับเป็นคนละกิจกัน เทวดาประจำตัว จะมาตั้งแต่ตอนจุติ เพราะต้องคอยระวังปกป้องไม่ให้เจ้ากรรมนายเวรรบกวนทำลาย จิตที่จุติฟักตัวในรูปตัวอ่อนในท้องแม่ เพราะง่ายต่อการตายมาก ถ้าเทวดาประจำตัวทำงานได้ดี การตายในท้อง แล้วจุติใหม่ซ้ำๆ ก็จะไม่เกิดขึ้น จวบจนกระทั่งถึงวาระสิ้นอายุขัย เทวดาประจำตัวก็จะออกไป เปิดโอกาสให้ยมทูตหรือเทวทูตมารับตัวแทน ซึ่งจะเป็นเทวดาอีกชุดหนึ่ง คนละชุดงานกัน ลงมาทำหน้าที่รับช่วงต่อนี้


เมื่อ คนเกิดมา พระอินทร์จะจัดเวรเทวดาชั้นดาวดึงส์มาดูแลเรา เช่น ที่เรียกว่า แม่ซื้อ ฯลฯ โดยนำเทวดาที่มีกรรมเกี่ยวข้องกับเรามาดูแลเรา จะไม่สะเปะสะปะสับสน ไม่สุ่มมั่วซั่ว เพราะการที่คนที่ไม่มีบุญกรรมต่อกัน มาสร้างบุญกรรมกันระหว่างชาติภพนี้ จะก่อให้เกิดกรรมใหม่ๆ ที่ต้องไปชดใช้กันยุ่งเหยิงมากขึ้น ส่งผลให้การบรรลุธรรมนั้น ต้องมีชาติภพยืดยาวออกไป เพราะต้องใช้ชดใช้เวรกรรมกันให้หมดนั่นเอง ดังนั้น เทวดาประจำตัวเราจึงมาจากคนที่เคยช่วยเหลือจุนเจือ มีบุญสัมพันธ์กับเรามาทั้งสิ้น ตามแต่วาระที่พระอินทร์จะจัดสรรลงมา ได้แก่ พ่อแม่ปูย่าตายายของเราที่ตายไปแล้วจุติบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ทั้งหลายนั่น เอง ทั้งนี้ โปรดเข้าใจว่าเทวดาชั้นยามา จะไม่มาทำกิจนี้มากนัก เพราะส่วนใหญ่จะปฏิบัติธรรมภาวนากันมาก ไม่ค่อยยุ่งกันเรื่องทางโลกเหมือนเทวดาชั้นที่สอง ส่วนเทวดาชั้นที่สี่สูงขึ้นไป คือ ดุสิต ก็จะไม่มาทำกิจเล็กๆ น้อยๆ นัก การที่ลงมาดูแลคนเป็นคนๆ จึงไม่ควรเป็นกิจของพระโพธิสัตว์แห่งดุสิตสวรรค์ เพราะท่านจะรับกิจภาพกว้างมากกว่านั้น เอื้อต่อสรรพสัตว์จำนวนมาก คราวละมากๆ มากกว่านั้น ในขณะที่ชั้นสูงบกว่าดุสิตขึ้นไป จะไม่สนใจมาช่วยเหลือมนุษย์นัก อันได้แก่ ชั้นนิมารดี และปรนิมมิตวสวัตตี ทั้งสองชั้นนี้ เป็นชั้นของมาร ที่มีแต่เห็นแก่ตัวเป็นสำคัญ


ดัง นั้น ทุกคนจึงมีเทวดาดูแลประจำอยู่แล้วทั้งสิ้น แต่จะไม่เรียกว่ามี “องค์ใน” บุคคลที่จะถูกเรียกว่า “มีองค์” หรือมีเทพชั้นสูงๆ มาดูแล ก็ต่อเมื่อเขาถึงวาระแห่งการบำเพ็ญเพียรภาวนาแล้ว เบื้องบนก็จะส่งเทพพรหมที่มีฤทธิ์มาก แตกต่างกันลงมาคุ้มครองดูแล และทำกิจมากกว่าเทวดาประจำตัว เพราะมีอิทธิฤทธิ์ส่งผลต่อชีวิตของคนมีองค์ได้มาก และเทพพรหมเหล่านี้ จะมี “กิจเฉพาะ” ที่ได้รับจากเบื้องบนลงมากระทำต่อบุคคลนั้นๆ ดังนั้น จึงมีผลให้วิถีชีวิตต้องเปลี่ยนไปอย่างมากนั่นเอง นี่เป็นสาเหตุว่าทำไม จู่ๆ วิถีชีวิตเกิดเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายระทันหันในระยะเวลาสั้นๆ และถูกทักว่า “มีองค์ใน”


เทพ พรหม ฯลฯ ที่ลงมาทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับผู้คนนั้น มีกิจเฉพาะหลากหลายมาก ดังที่ได้เกริ่นมาว่าแต่ละองค์มีฤทธิ์และกิจเฉพาะที่รับมาจากเบื้องบนต่าง กันไป ในบรรดาเทพพรหมที่ลงมาทำกิจเหล่านี้ สามารถจำแนกได้ออกเป็นสามกลุ่ม คือ


๑) กลุ่มสมณเทพ
คือ กลุ่มที่มีเทพสองประเภทลงคุ้มครองดูแลหรือทำกิจ ได้แก่ กลุ่มพระสมณะ (เทพที่มีลักษณะเป็นพระตัดกามไร้เพศบำเพ็ญภาวนาทางพุทธะ) และกลุ่มเทพพรหม หรือเทพที่มีฤทธิ์ต่างๆ แต่ไม่ได้ละเพศ ยังมีกามกิเลสตามปกติ กลุ่มคนที่จัดว่ามีองค์ในแบบ “สมณเทพ” นี้ จะถือว่ามีทั้งสองแบบ ดังนั้น จะสามารถล่วงรู้ด้วยญาณของตนได้ว่า ผู้ใดมีองค์ในแบบเทพพรหม และผู้ใดมีองค์ในแบบสมณะดูแลอยู่ สามารถบริหารจัดการคนที่มีองค์ได้ทั้งสองแบบ ซึ่งกลุ่มนี้มีจำนวนน้อย และมีแนวทางในการบำเพ็ญภาวนาที่แตกต่างกัน


๒) กลุ่มพระสมณะ
คือ กลุ่มที่มีเทพประเภทพระสงฆ์ ผู้ตัดกาม ละเพศ บำเพ็ญภาวนาจิตเพื่อพุทธะเพียงอย่างเดียวคอยดูแลคุ้มครองปกป้อง หรือสอนธรรม หรือเปลี่ยนวิถีชีวิตอยู่ กลุ่มนี้ หากได้รับการคุ้มครองก็จะพบปาฏิหาริย์ เช่น รอดตายหวุดหวิด หากได้รับการสอนธรรม ก็อาจได้เห็นนิมิตที่แฝงปริศนาธรรม หรือได้ยินเสียงทิพย์ หากกำลังถูกปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตก็จะถูกบีบเค้นอย่างหนักให้เข้าสู่ทางธรรม แต่ฝ่ายเดียว ไม่มีเส้นทางอื่นให้เลือกเลย สำหรับคนที่มีองค์ในแบบสมณะเหมือนกัน มักมองกันก็เข้าใจ คุยกันง่าย เข้าใจกันง่าย ในกลุ่มนี้ มักเป็นผู้นิยมเข้าวัดประจำๆ และนับถือพระมาก เช่น องค์ในเป็นหลวงปู่ทวด


๓) กลุ่มเทพพรหม
คือ กลุ่มที่มีเทพประเภท มหาเทพฮินดู, พรหม, เทพจีน ฯลฯ ผู้ยังมีกาม มีเพศอยู่มาคอยดูแลคุ้มครองปกป้อง หรือช่วยการงาน หรือเปลี่ยนวิถีชีวิตอยู่ แต่ปกติ จะไม่มีหน้าที่สอนธรรมะ ยกเว้นบางองค์ที่มีปางอวตารเป็นโพธิสัตว์ เช่น องค์ศิวะ, องค์อุมา (บางปางก็คือพระกวนอิม) เป็นต้น หากมีองค์ที่มีปางอวตารแบบนี้ จะมีการสอนธรรมได้ แต่หากไม่มีก็จะไม่สามารถสอนธรรมได้ จะบำเพ็ญเพียรช่วยเหลือคนในด้านอื่นๆ เช่น ช่วยในมูลนิธิต่างๆ ส่วนใหญ่คนเหล่านี้ มักได้รับการช่วยเหลือแบบพิเศษจากเทพพรหมก่อน แต่หากไม่ทำความดีเลย สุดท้าย เทพพรหมจะถูกเรียกกลับ แล้วปล่อยทิ้งให้ร่างนั้น ถูกเจ้ากรรมนายเวรและภูตผีต่ำช้าอื่นๆ รุมทึ้งเอาแทน ดังนั้น หลายท่านจึงมักบอกว่าอย่าไปรับขันธ์ อย่าเป็นร่างทรง ด้วยเหตุนี้ แท้แล้วการรับขันธ์ไม่ใช่การเป็นร่างทรง ส่วนบุคคลที่เป็นร่างทรงนั้น คือ “อาชีพ” อุปมาเหมือนพระ ที่ไม่มีอาชีพ แต่หากทำตัวเรียกเก็บเงินค่าช่วยเหลือผู้อื่น ก็กลายเป็นอาชีพไป คนที่รับขันธ์ ไม่ควรเป็นร่างทรง แต่ควรบำเพ็ญบารมีช่วยเหลือคนไป โดยไม่สนใจเรื่องเงินและอาชีพ แล้วสุดท้ายจะดีเอง


๔) กลุ่มนอกรีต

คือ กลุ่มสุดท้ายที่เข้ามาครอบงำจิตของคน หลังจากที่ร่างเปิดรับจิตวิญญาณอื่นแล้ว จะปิดได้ยาก หรือปิดเองไม่ได้ เมื่อหลงทะนงตนเย่อหยิ่ง มักจะถูกทอดทิ้งจากเทพพรหมองค์ก่อน เพราะพฤติกรรมที่ตกต่ำเป็นเหตุให้เทพชั้นสูงๆ ไม่สามารถมาช่วยได้ เมื่อท่าจากไป บรรดาเจ้ากรรมนาย
เวร สัมภเวสี เปรต สัตว์นรก ฯลฯ ก็มาเข้าร่างแทน ซึ่งยังผลให้ชีวิตพบกับความวิบัติหายนะในที่สุด เหล่านี้ รวมเรียกว่า “จิตวิญญาณนอกรีต” เพราะไม่ได้อยู่ในการดูแลบริหารจัดการของเบื้องบน แต่เกิดจากการ “ลักลอบ” หนีจากนรก แล้วมาสิงสู่อาศัยร่วมกับคนเท่านั้นเอง ซึ่งบางท่านถึงกับต้องกลายเป็นปอบ




=> Willst du auch eine kostenlose Homepage? Dann klicke hier! <=